วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2562

นางกวัก


สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้า

นางกวัก
 

 

         นางกวักที่เราพบเห็นก็เป็นรูป ปั้นของผู้หญิงนั่งคุกเข่าในท่าเทพธิดา มือขวายกขึ้นในท่ากวักมือเรียก มือซ้ายวางไว้ข้างลำตัว หรือวางไว้บนตักแต่งกายด้วยชุดไทย (โดย ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง) มีเครื่องประดับทองอยู่ที่ศีรษะ คอ และ ต้นแขน ข้อมือ นั่งอยู่ในท่าคุกเข่า มือขวายกขึ้นในท่ากวักมือ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก นางไม้ (นางไม้มีลักษณะคล้ายกันกับนางกวัก แต่มือขวาวางทาบไว้บนตัก นางกวักเป็นเทพีแห่งความเป็นมงคลและโชคลาภตามปรารถนาในตำนานไทยโบราณเปรียบเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกเงินทองโชคลาภและรักษาสถานที่ที่ประทับอยู่

           เมื่อกว่า 2500 ปีที่แล้วสมัยพุทธกาล มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ สุภาวดี บิดาชื่อ สุจิตพราหมณ์ และมารดาชื่อ สุมณฑา อาศัยอยู่ที่เมืองมัจฉิกาสัณฑ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองสาวัตถี ในประเทศอินเดีย ครอบครัวของนางประกอบอาชีพค้าขายซึ่งรายได้แค่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ อยู่มาวันหนึ่ง สุภาวดีไปช่วยครอบครัวขายของที่ตลาด จึงได้มีโอกาสพบพระกัสสปะเถระเจ้า ซึ่งในขณะนั้นท่านกำลังแสดงธรรมเทศนา นางมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการฟังธรรมเป็นอย่างมาก พระกัสสปะเถระ (หนึ่งในพระอรหันต์) จึงประสาทพรให้แก่นางและครอบครัว

       ต่อมา นางก็ได้ติดตามไปช่วยบิดาขายของเช่นเคย และได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระสิวลีเถระเจ้า (ท่าน มีชีวิตที่วิเศษมาก ท่านอยู่ในครรภ์มารดาเป็นเวลานานถึง 7 ปี 7 เดือน และได้คลอดออกมาพร้อมด้วยบารมี โชคลาภ วาสนาที่ดี ท่านจึงประสบพบเจอแต่กับสิ่งดีและมีโชคลาภเสมอๆ) นางสุภาวดีได้ฟังธรรมอย่างตั้งอกตั้งใจจนแตกฉานในหลักธรรมคำสอน เมื่อนางจะเดินทางกลับ พระสิวลีจึงตั้งจิตอธิษฐานและประสาทพรให้แก่นางและครอบครัว หลังจากนั้นครอบครัวของนางก็เจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขายประสบความสำเร็จ เพราะได้รับพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ บิดาของนางจึงมักให้นางไปช่วยทำ มาค้าขายด้วยเสมอๆ เพราะเชื่อว่านางเป็นสิริมงคลที่ช่วยให้การค้าขายดี หลังจากนางเสียชีวิตลง ชาวบ้านก็ได้สร้างรูปนางสุภาวดีเพื่อบูชา ขอให้ทำมาค้าขายดี ประสบความสำเร็จ และต่อมาความเชื่อนี้จึงได้แพร่เข้ามาในประเทศไทยจนเป็นที่นิยมอย่างที่เห็น ในปัจจุบัน

 

 
ที่มา: https://www.tnews.co.th/religion/222743/

ผีชิน


สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้า

ผีชิน   
 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผีชิน
         คือผีในศาสนาอิสลามซึ่งในความเป็นจริงนั้นในฐานความเชื่อของชาวมุสลิม นั้นเชื่อกันว่า ญิณ ไม่ใช่ผีที่มีรูปอย่างของไทย ที่เที่ยวออกแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ชาวบ้าน แต่ญิน คือสิ่งชั่วร้าย ที่คอยล่อลวงให้คนทำบาป เช่นดื่มสุรา ไม่ละหมาด ขโมยของเป็นต้น แต่นั้นคือหลักของศาสนา เมื่อความความเชื่อเรื่องญิณของศาสนาอิสลามเข้ามาผสมปนเปกับความเชื่อแบบดั่งเดิมของคนไทย และผีในท้องถิ่นปักษ์ใต้
ผีญิน หรือผีชิน นั้นเป็นคำเรียกผีกลุ่มนี้ที่มีบ่อเกิดจากความเชื่ออิสลาม แต่มาโด่งดังในกลุ่มคนพุทธในภาคใต้ รูปลักษณ์ของผีชินนั้นจะเป็นดวงไฟสีเหลือง บางดวงก็สีเขียว โดยมีขนาดทั้งแต่จานข้าวถึงกระด้งเลยทีเดียว ญาติเล่าให้ฟังว่า ในตอนกลางคืนผีชินจะลอยละล่องไปในอากาศ เลยอย่างอ้อยอิ่ง เชื่องช้า ที่ที่มันลอยไปก็มักจะเป็นที่เฮี้ยนอาถรรพ์

หน้าที่ของผีชินคือรักษาที่ทางต่างๆ ซึ่งนัยหนึ่งก็คือ เขาเป็นกลุ่มวิญญาณที่ครอบครองพื้นที่มาก่อนมนุษย์ แต่ด้วยทำผิดพันธะสัญญากับพระเจ้า ชินเลยถูกลงโทษและไม่ได้รับการเหลียวแลจากพระเจ้า (เรื่องเล่าจากมุมมองคนพุทธ)
 
                                                             การเลี้ยงชิน
 
ส่วนใหญ่จะมีการเรียกและเลี้ยงผีชินกันอย่างแพร่หลายในสังคมชนบทของภาคใต้ เพื่อให้รักษาของ รักษาบ้านเพราะในสมัยก่อนโจรชุก บ้างก็เอามาทำมาหากิน กล่าวคือ คนที่เลี้ยงจะให้ผีชินไปสำแดงฤทธิ์เกิดอาเพทกับผู้คน และมีเพียงตนเท่านั้นที่รักษาได้ เพราะเป็นเจ้าของผี ซึ่งอันนี้คือการหากินที่บาปยิ่งนัก ญาติเล่าให้ฟังว่ามียายแก่ในหมู่บ้านคนหนึ่งแกเลี้ยงชินดอกไม้ไว้ ทำให้แกงามกว่าคนรุ่นเดียวกันมาก คือแม้จะแก่ก็งามแบบคนแก่ แต่ตอนแกใกล้ตาย แกทรมานมาก คือไม่ยอมตายเสียที จนกว่าจะหาคนมารับของไปจากตน คือถ้าคนอยู่มากๆ แกจะออดแอดๆ ไม่มีเรี่ยวแรง แต่เมื่อลับตาคนแกจะลุกขึ้นรื้อของกิน ปีนหลังคา เรื่องนี้ญาติๆ ยายคนนั้นเขาแอบดู จนนานเข้าทำให้ยายนั้นไม่ได้พักผ่อนในกลางคืนเพราะแกจะนั่งคุย หัวเราะร่าคนเดียว ชาวบ้านบอกว่ายายไม่ตายเพราะผีชินที่แกเลี้ยงเข้าสิงอยู่ในร่าง จนลูกสาวแกสงสารยายมาก เลยขอรับผีชินนั้นมาเลี้ยงต่อ โดยการสืบทอดกันในซอกประตู มีการเลี้ยงเซ่นไหว้ผี แล้วก็มีวิธีสืบทอดที่เป็นความลับ จากนั้นไม่กี่วันยายคนนั้นก็จากโลกนี้ไป
                                                                 เรื่องเล่าผีชิน
            ตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงตอนนี้ ยังคงมีคนเห็นผีชินอยู่เรื่อยมา โดยส่วนใหญ่ผีชินมักจะปรากฎในคืนที่ฟ้าเปิด มันจะลอยล่องไปจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง มีลักษณะเป็นดวงไปขนาดอย่างที่บอกไป ถ้าเป็นดวงสีเขียวนั้นจะเป็นพวกหัวหน้ามัน แต่ถ้าดวงเหลืองๆนวล จะเป็นพวงลูกน้องลูกสมุน จากเรื่องเล่าทั้งหมด นั้นกล่าวตรงกันว่า ผีชินมีลักษณะเป็นดวงไปที่สีนวลๆ ไม่มีแลบลิ้นปลิ้นตา อย่างผีอื่นๆ ของไทย การปรากฎตัวของผีชินแต่ละครั้งอาจสัมพันธ์กับเรื่องร้ายๆของคนในหมู่บ้านบ้างเช่น มีคนตาย มี คนป่วยหนักและถูกผีชินกระทำ

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเด็กที่ขโมยปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อของโรงเรียนแถวบ้านญาติ ว่า ตอนนั้นที่โรงเรียนเลี้ยงปลานิลไว้มาก แต่เกิดปัญหาฝนแล้ง บ่อปลาน้ำจึงแห้งลง และเนื่องด้วยเด็กคนนี้ครอบครัวค่อนข้างยากจน การขโมยปลาจากโรงเรียนจึงเป็นหนึ่งทางออกที่จะยื้อปากท้องตนเองและครอบครัวให้รอดไปได้อีกหลายวัน เย็นวันนั้นหลังเลิกเรียนเด็กคนนี้จึงไม่กลับบ้านรอจนตะวันโพล้เพล้ แล้วเขาก็เริ่มลงมือจับปลา เด็กคนนั้นจับปลาไปได้สักพัก น้ำตรงกลางบ่อปลา ดัง ซ่าๆ น้ำตีแตกกระจาย แล้ว ดวงไฟขนาดเท่ากระด้งก็ลอยขึ้น เรืองแสงสีเหลืองนวลตา และมุ่งมาหาเขา เด็กนั้นวิ่งร้องจ้า ไปทางบ้านชาวบ้าน และความลับเรื่องขโมยปลาของโรงเรียนโดยเด็กคนนั้นก็ถูกเปิดเผยออก พร้อมๆกับไข้หัวโกร๋นของเด็กเอง

                                         เกร็ดความรู้ควบคู่กับความเชื่อ

     ความเชื่อเรื่องผีชินทำให้คนในหมู่บ้านเกิดความยำเกรงและเคารพในธรรมชาติ ไม่มีการรุกรานพื้นที่อย่างไร้เหตุ ความเชื่อนี้ ชี้ให้เห็นว่า คนกับผีก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้ โดยคนจะเลี้ยงผี ปีละครั้ง ผีก็เฝ้าทรัพย์ในที่ดินให้คน ดูแลให้พืชผลงอกงาม ตามความเชื่อ นี่คือเสน่ห์ของความเชื่อเรื่องผีในปักษ์ใต้
 
 


 

เรื่องเล่าผีหลังกลวง

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาา




เรื่องเล่าผีหลังกลวง

 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผีหลังกลวง
 

          ในสมัยก่อน เคยมีเจ้าอาวาสองค์หนึ่งคบหาเป็นสหายกับหัวหน้าผีหลังกลวงมีอยู่ครั้งหนึ่งเจ้าอาวาสได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ทว่ายังขาดไม้และแรงงานที่จะมาช่วยให้งานเสร็จได้ตามกำหนดฤกษ์ จึงขอร้องให้เพื่อนผีของตนนำบริวารมาช่วยงาน ทางฝ่ายหัวหน้าผีหลัวงกลวงก็ตกปากรับคำจะช่วยเจ้าอาวาสสร้างอุโบสถหากแต่ได้ขอกับเจ้าอาวาสว่า ในวันสมโภชอุโบสถหลังใหม่นั้น ต้องจัดให้มีโรงหนังตะลุงเล่นทั้งสี่ทิศ ทิศละหนึ่งโรง เป็นเวลาเจ็ดวัน ซึ่งเจ้าอาวาสก็ตอบตกลง
           หลังจากนั้น พวกผีหลังกลวงก็ตัดไม้ชักลากลงมาจากภูเขาและระดมกำลังกันมาช่วยสร้างอุโบสถในยามค่ำคืน ขณะที่ชาวบ้านกำลังนอนหลับกัน และในเวลาไม่นาน อุโบสถก็เสร็จตามความตั้งใจของเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสจึงจัดให้หนังตะลุงเล่นฉลองอุโบสถหลังใหม่สี่โรงโดยตั้งทิศละหนึ่งโรง เป็นเวลาเจ็ดวันตามที่รับปากไว้กับหัวหน้าผีหลังกลวง ซึ่งเมื่องานฉลองเริ่มขึ้น เหล่าผีหลังกลวงก็ห่มผ้าคลุมหัว ปิดหลัง แฝงกายเข้าปะปนกับเหล่าชาวบ้านมานั่งชมหนังตะลุงอยู่เป็นอันมาก ซึ่งงานฉลองก็ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยจนถึงวันสุดท้าย ในวันนั้นเอง เกิดเหตุมีหนังตะลุงโรงหนึ่งไม่มาแสดงได้ แต่เจ้าอาวาสก็เห็นว่า เป็นวันสุดท้ายแล้ว คงไม่น่าจะเป็นอะไร จึงปล่อยเลยตามเลย และในเวลาก่อนเที่ยงคืนของคืนวันงานวันสุดท้ายนั้นเอง ขณะที่หนังตะลุงทั้งสามโรงแสดงกันอย่างชนิดฝากฝีมือและสร้างความบันเทิงให้กับเหล่าคนดูที่ปักหลักชม มาตั้งแต่หัวค่ำ ก็มีเสียงร้องดังมาจาก กุฏิของเจ้าอาวาส เสียงนั้นทำให้การแสดงหยุดชะงัก พร้อมๆกับที่ชาวบ้านจำนวนมากและลูกศิษย์วัดวิ่งกรูกันไปยังกุฏิของท่านเจ้าอาวาส ทว่า เมื่อทุกคนมาถึงหน้ากุฏิ ก็ได้เห็นเลือดไหลนองลงมาตามขั้นบันได พวกชาวบ้านที่ตั้งสติได้ต่างวิ่งกรูกันขึ้นไปและเปิดประตูออกและภายในนั้น พวกเขาได้พบว่า ท่านเจ้าอาวาสมรณภาพเสียแล้ว โดยอยู่ในสภาพที่คอถูกหักจนหมุนได้รอบ เลือดไหลนองทั่วพื้น  ทั้งนี้การที่เจ้าอาวาสไม่หาหนังตะลุงมาฉายครบทั้งสี่โรงในวันสุดท้าย ทำให้หัวหน้าผีหลังกลวงโกรธเพราะถือว่าเจ้าอาวาสไม่รักษาคำสัญญาที่ให้ไว้ ดังนั้นหัวหน้าผีหลังกลวงจึงได้มาเอาชีวิตท่านเพื่อชดใช้หนี้คำสัญญาที่เจ้าอาวาสเคยให้เอาไว้นั่นเอง
 





วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2562

เกาะตุ๊กตาผี (La isla de las munecas)

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาา

เกาะตุ๊กตาผี (La isla de las munecas)


Island of dolls Mexico เกาะตุ๊กตาผี เม็กซิโก


     เกาะแห่งนี้มีเรื่องเล่าถึงกันว่า ดอน จูเลียต ซานตานา (Don Julian Santana) นักพรตผู้ละทิ้งทางโลก และครอบครัวของเขาเดินทางมาอาศัยอยู่ในเกาะแห่งนี้ เขียนบันทึกตำนานแห่งเกาะนี้ว่าได้มีเด็กหญิงคนหนึ่งจมน้ำตาย เขาพยายามที่จะหาศพเด็กผู้หญิงคนนั้นกลับขึ้นมาทำพิธี แต่หาอย่างไรก็ไม่พบ จนกระทั่งมาถึงช่วงฤดูน้ำแล้ง คลองแห่งนั้นก็แห้งสนิทไม่เหลือน้ำ ดอน จูเลียต จึงกลับไปหาศพของเธออีกครั้ง แต่กลับพบเพียงตุ๊กตาน่ากลัว 1 ตัวอยู่ที่ก้นบ่อ
     ดอน จูเลียต จึงนำตุ๊กตาตัวนั้นกลับมาที่บ้านและนำไปแขวนไว้บนต้นไม้ โดยเขามีความเชื่อว่าตุ๊กตาตัวนี้เป็นเด็กหญิงที่จมน้ำเสียชีวิตคนเดียวกัน เพราะตั้งแต่เขาพบตุ๊กตาตัวนี้ เขามักจะได้ยินเสียงเด็กร้อง หรือไม่ก็เสียงเด็กร้องไห้ ทั้งเรียกเขาจากในน้ำ ทั้งร้องเพลง เขากลัวมากจึงเริ่มนำตุ๊กตามาไว้บนเกาะ โดยแขวนมันไว้ตามต้นไม้ทุกต้น และทุกซอกทุกมุมของเกาะ เพราะเชื่อว่ามันคงจะทำให้วิญญาณของหนูน้อยไม่เหงาและสงบลง



บ้านล้อเกวียน ซอยวัชรพล

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาา

บ้านล้อเกวียน ซอยวัชรพล


ที่เที่ยว  เล่านอกเรื่อง  เฮี้ยนกลางกรุง  ผี  บ้านร้างผีดุ  10 อันดับที่สุดเฮี้ยนกลางกรุง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  บ้านล้อเกวียน วัชรพล  โรงงานร้าง อุตสาหกรรมบางปู  วัดปราสาท นนทบุรี  โรงงานปากกา ซ.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  บ้านร้าง รังสิต คลอง 13  บ้านร้าง ซ.รอดอนันต์ สุขาภิบาง 1 อู้รถเมล์เก่า ซ.สายหยุด  วัดมหาบุศย์ พระโขนง , บ้านร้าง ซ.ราม 53 , ซานติก้า ผับ เอกมัย



             บ้านไม้ 2 ชั้น กึ่งเรือนไทย ใน ซอยวัชรพล สาเหตุที่ได้ชื่อว่า “บ้านล้อเกวียน” เป็นเพราะ บ้านหลังนี้ใช้ล้อเกวียนมาทำเป็นรั้ว เดิมเป็นบ้านของตายายคู่หนึ่ง ต่อมาเมื่อทั้ง 2 เสียชีวิตลง บ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครมาอาศัยอยู่อีกปล่อยให้กลายเป็นบ้านร้าง ความน่ากลัวของบ้านหลังนี้ เริ่มกันตั้งแต่ที่บรรยากาศกันเลยเพราะเหล่าผู้กล้าที่จะมา ล่า ท้า ผี กันนั้น ต้องผ่านป่าช้ารถยนต์ ที่เปลี่ยวและถนนเต็มไปด้วยหลุมบ่อลึกจนสุดเส้นทาง เมื่อผ่านรั้วล้อเกวียนเข้ามาจะเจอกับ ดงกล้วย ก่อนถึงตัวบ้าน บ้านหลังนี้เชื่อกันว่า วิญญาณ 2 ตายายยังไม่ไปไหน เพราะจะเห็น คนแก่ทั้ง 2 เดินไปเดินมาอยู่เสมอ บางคนที่เคยเข้าไปลองของก็บอกว่า เห็นเป็นคนแก่ผู้ชายยืนจ้องที่ประตูรั้ว บ้างก็ว่าเคยเจอเหมือนมีอะไรสักอย่างที่มองไม่เห็น มาเดินไปมาบน กระโปรงและหลังคารถ บ้างก็ว่า ถ่ายรูปแล้วพบกับเงาดำ ซึ่งทุกอย่างที่บอกต่อกันมา จนถึงบัดนี้ เวลาผ่านไปร่วม 10 ปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สิ่งที่พบคืออะไร ได้ยินแบบนี้ คุณยังอยากเข้าไปดูมั้ยว่าอะไรอยู่ในบ้านหลังนี้  

 

ที่เที่ยว  เล่านอกเรื่อง  เฮี้ยนกลางกรุง  ผี  บ้านร้างผีดุ  10 อันดับที่สุดเฮี้ยนกลางกรุง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  บ้านล้อเกวียน วัชรพล  โรงงานร้าง อุตสาหกรรมบางปู  วัดปราสาท นนทบุรี  โรงงานปากกา ซ.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  บ้านร้าง รังสิต คลอง 13  บ้านร้าง ซ.รอดอนันต์ สุขาภิบาง 1 อู้รถเมล์เก่า ซ.สายหยุด  วัดมหาบุศย์ พระโขนง , บ้านร้าง ซ.ราม 53 , ซานติก้า ผับ เอกมัย








โรงงานปากการ้าง ซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาา

โรงงานปากการ้าง ซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต


ที่เที่ยว  เล่านอกเรื่อง  เฮี้ยนกลางกรุง  ผี  บ้านร้างผีดุ  10 อันดับที่สุดเฮี้ยนกลางกรุง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  บ้านล้อเกวียน วัชรพล  โรงงานร้าง อุตสาหกรรมบางปู  วัดปราสาท นนทบุรี  โรงงานปากกา ซ.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  บ้านร้าง รังสิต คลอง 13  บ้านร้าง ซ.รอดอนันต์ สุขาภิบาง 1 อู้รถเมล์เก่า ซ.สายหยุด  วัดมหาบุศย์ พระโขนง , บ้านร้าง ซ.ราม 53 , ซานติก้า ผับ เอกมัย


       โรงงานปากการ้าง ใน ซ.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  ว่ากันว่าเดิมเคยเป็นโรงงานปากกาและโรงกลึงมาก่อน แต่ปัจจุบันถูกปล่อยทิ้งให้ร้างชำรุดทรุดโทรม มีวัชพืชขึ้นปกคลุมรกครึ้มอยู่ทั่วไป โรงงานแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของ “เจ้าที่” ว่าแรงมาก ใครทำมาหากินในที่นี้ก็ไม่เจริญ  เดิมมีคนเสียชีวิตในโรงงานเนื่องจากอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เจ้าของก็ประสบกับภาวะขาดทุนจนต้องปิดกิจการ เมื่อลองเข้าไปเดินสำรวจจะพบว่าภายในโรงงานมีบรรยากาศวังเวง เย็นยะเยือกปิดปกติ พร้อมกับเรื่องเล่าที่ว่า ถ้าอยากเห็น “เจ้าที่” ของที่นี่ให้เต็มตา ให้เดินไปที่แท๊งก์น้ำที่อยู่ภายในโรงงาน แล้วเคาะไปที่แท๊งก์น้ำ 3 ครั้ง เจ้าที่จะปรากฎมาให้เห็นทันที เรื่องเล่านี้ถูกบอกต่อปากต่อปาก จนทำให้ที่นี่ได้รับการร่ำลือถึงความเฮี้ยนจนติด 1 ใน 10 ที่เฮี้ยนกลางกรุงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง








โรงงานรองเท้าร้าง อุตสาหกรรมบางปู

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาา


 โรงงานรองเท้าร้าง อุตสาหกรรมบางปู

 

ที่เที่ยว  เล่านอกเรื่อง  เฮี้ยนกลางกรุง  ผี  บ้านร้างผีดุ  10 อันดับที่สุดเฮี้ยนกลางกรุง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  บ้านล้อเกวียน วัชรพล  โรงงานร้าง อุตสาหกรรมบางปู  วัดปราสาท นนทบุรี  โรงงานปากกา ซ.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  บ้านร้าง รังสิต คลอง 13  บ้านร้าง ซ.รอดอนันต์ สุขาภิบาง 1 อู้รถเมล์เก่า ซ.สายหยุด  วัดมหาบุศย์ พระโขนง , บ้านร้าง ซ.ราม 53 , ซานติก้า ผับ เอกมัย

            สุดซอย 2 ย่านอุตสาหกรรมบางปู ที่นี่เดิมเคยเป็นโรงงานรองเท้า แต่ปัจจุบันปล่อยให้รกร้าง เล่ากันว่า ในอดีตโรงงานแห่งนี้เฟื่องฟูมาก มีพนักงานมากมาย ในขณะที่กิจการกำลังดำเนินไปด้วยดีนั้น ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น กล่าวคือ เครื่องปั้มลมที่ใช้ในโรงงานเกิดระเบิด ทำให้คนงานที่กำลังทำงานใกล้กับเครื่องปั้มลมเสียชีวิตทันทีหลายคน  หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องเล่าว่ามีผู้พบเห็นวิญญาณ หรือได้ยินเสียงแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย ทำให้พนักงานที่เหลือไม่กล้าทำงานต่อ ทยอยกันลาออกไปเรื่อยๆ จะรับคนใหม่ก็อยู่ไม่ได้ กิจการย่ำแย่ลง จนสุดท้ายเจ้าของโรงงานทนวิกฤติไม่ไหว ตัดสินใจยิงตัวตายในห้องทำงานซึ่งอยู่ด้านบนของโรงงานนั่นเอง ว่ากันว่าหลังจากนั้นที่นี่ก็กลายเป็นโรงงานร้าง  มีคนเข้าไปทดสอบความกล้า ท้าทายความกลัวอยู่บ่อยครั้ง  และเกิดเสียงร่ำลือถึงความ ดุ เฮี้ยน ของวิญญาณที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้   จนได้รับการยกให้ติด 1 ใน 10 ที่สุดเฮี้ยนกลางกรุงโดยไม่มีข้อโต้แย้ง  (ปัจจุบัน หากเข้าไปดูใกล้ๆ จะพบเศษรองเท้ากระจายอยู่เกลื่อน และ ปั๊มลมมรณะก็ยังคงอยู่ภายในโรงงานนั่นเอง)







ผีที่ถูกล่ามแห่งโบโลญญา

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเล...