วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ผีกองกอย

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา

ผีกองกอย
ผีกองกอย

  กองกอย เป็นผีป่า ชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเอกลักษณ์ คือจะเป็นผีที่มีขาข้างเดีดยว มีปากเป็นท่อคล้ายแมลงวัน เคลื่อนด้วยการกระโดดไปด้วยขาข้างเดียวที่มีอยู่ พร้อมส่งเสียงร้องว่า “กองกอย” บางพื้นที่จะเรียกว่า ผีโป่ง หรือ ผีโป่งค่าง โดยบางความเชื่อเล่ากันว่า หากได้ดื่มเลือดของผีตัวนี้จะทำให้ร่างกายคงกระพัน เป็นอมตะ เชื่อว่า ผีกองกอยจะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า  วิธีการป้องกันคือ ให้นอนไขว้ขาหรือชิดเท้ากันทั้งสองข้างและอย่านอนเอาขาหรือเท้าออกนอกเต็นท์นอน มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผี กองกอย เช่น

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ เคยเล่าว่า เมื่อครั้งท่านไปธุดงค์ในป่าดิบทึบในแขวงคำม่วน ประเทศลาว พร้อมกับหลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม ท่านทั้งสองได้เคยผจญกับฝูงผีกองกอยด้วยในเวลากลางคืน โดยผีกองกอยนี้มีรูปร่างเหมือนเด็กอายุประมาณ 13-14 ปี มีรูปร่างผอม แต่พุงป่อง ผิวคล้ำ ผมเผ้ารุงรัง จมูกบี้แบน มีอาวุธถือมาในมือคล้ายหน้าไม้หรือธนูอันเล็ก ๆ ส่งเสียงร้อง “ก๋อย ก๋อย ก๋อย” พยายามจะเข้ามาทำร้ายท่านทั้งสอง แต่ทว่าท่านได้นั่งสมาธิ และด้วยปาฏิหาริย์ พวกผีกองกอยไม่อาจทำอะไรท่านได้ และจนถึงรุ่งเช้า ผีกองกอยก็ยอมแพ้ และขอขมาท่าน และได้นิมนต์ท่านทั้งสองไปยังที่อาศัยของพวกตน ท่านจึงพบว่าแท้จริงแล้ว ผีกองกอยฝูงนี้คือ คนป่าเผ่าข่าระแด มีพฤติกรรมล่าและฆ่ามนุษย์ที่ล่วงล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกตน และเอาเนื้อมากินกัน

ชาวภูไทที่อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร มีความเชื่อว่า ผีกองกอยเป็นผู้หญิงผมยาวแดง มีใบหน้าเรียวแหลม บ้างก็ว่ามีรูปร่างลักษณะเหมือนลิง แต่มีขนาดเล็กกว่าลิงหรือลิงลมเสียอีก และเชื่ออีกว่า ผีกองกอยเป็นผีที่มีครอบครัว บ้างก็อาศัยอยู่ในถ้ำหรือโพรงไม้ ออกหากินโดยจับปลากินตามลำห้วยหรือแม่น้ำ บางครั้งก็ขโมยปลาหรือข้าวของของผู้คน อีกทั้งยังเชื่อว่า ผีกองกอยชอบเดินถอยหลัง และพูดอะไรที่ตรงข้ามกับความจริงเสมอ อีกทั้งยังเชื่ออีกว่า ผีกองกอยมีทรัพย์สินสมบัติสะสมอยู่มาก ซึ่งบางครั้งหากไปพบทรัพย์สมบัติหรือปลาตกอยู่กลางทางหรือในป่าโดยไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ ห้ามเก็บมา เพราะอาจเป็นผีกองกอย ผีกองกอยจะตามมาทวงคืน โดยอาจจะทำร้ายมนุษย์ด้วยการล้วงควักตับไตไส้พุงกินเป็นอาหารได้ในเวลาหลับ จะเสียชีวิตเหมือนนอนหลับปกติ เรียกว่า “ใหลตาย



ผีโพง

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา
ผีโพง



ตำนานผีโพง
        เป็นผีประเภทเดียวกับผีกระสือ เป็นผีพื้นบ้านทางภาคเหนือ ผีโพงเกิดจากว่านชนิดหนึ่ง เรียกว่าว่านผีโพง ซึ่งมีสีขาว รสฉุนร้อน เมื่อแก่จะมีธาตุปรอทลงกิน ทำให้เกิดแสงส่องสว่างแบบแมงคาเรืองเมื่อจะ ออกหากิน ผีโพงจะออกไปในรูปลักษณ์รูปร่างหน้าตาเหมือนกับเจ้าของว่าน ไม่ได้ถอดหัวกับไส้เหมือนกระสือ มาในรูปร่างกายมนุษย์ทุกอย่าง แต่จะมีดวงไฟเล็กๆ สว่างเรืองๆ อยู่ที่ปลายจมูก และหยดลงเป็นหยดๆ เหมือนหยดน้ำ ฝีโพงจะออกหากินตามหนองน้ำ หรือทุ่งนาหลังฝนตก อาหารของผีโพงคือกบ และเขียด ซึ่งผีโพงจะกินด้วยการจับมาดูดเอาเมือกกินทีละตัวๆ
      โดยปกติ ผีโพงจะกลัวคน และหลบหน้าคน ไม่ยอมให้ใครมาเห็น หรือจำได้ว่าตนเป็นใคร หากมีคนบังเอิญมาพบ คนผู้นั้นไม่ได้ทำอันตราย หรือวิ่งหนีไป ผีชนิดนี้จะเข้ามาเจรจา บ้างก็เสกก้อนหินเป็นเหรียญ เสกใบไม้เป็นธนบัตร แล้วเอามาให้คนๆนั้น แล้วบอกว่าอย่าบอกให้ใครรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่กลับไปบ้านของพวกนั้นจะกลายเป็นสภาพตามเดิม แต่ถ้าหากใครทำให้เจ็บใจ หรือนำเรื่องไปบอกชาวบ้านว่าตนเป็นใคร ผีโพงจะเอาคานของแม่ม่ายพุ่งข้ามหลังคาบ้าน แล้วในทีสุด คนคนนั้นก็จะพบกับความพินาศวอดวาย หรือไม่งั้น ก็จะนำเอาก้านกล้วยที่ถูกตัดเอาใบออกไปหมดแล้ว พุ่งข้ามหลังคาบ้าน คนภาคเหนือสมัยก่อนเมื่อตัดใบกล้วยนำไปใช้แล้วจึงมักจะสับก้านกล้วยให้เป็น ชิ้นเล็กๆแล้วนำไปทิ้ง หรือไม่งั้นก็จะถ่มน้ำลาย ใส่ในหม้อน้ำดื่ม บ้านคนที่เห็นหน้าตนและนำไปบอกคนอื่น หรือทำร้ายตนเอง เพื่อให้บุคคลผู้นั้นกลายเป็นพีโพงต่อไปหากมีคนทราบว่าตนเป็นใคร จะอยู่ได้ไม่เกินสามวัน จะมีตุ่มน้ำหนองพุพองทั่วร่างกาย แล้วสิ้นใจไปที่สุด ผีโพง ชอบกิน ของสดของคาว เช่น คาวจากปลาสด แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ คาวจากเขียด ผีโพงจะอยู่ในเรือนของคนที่เป็นร่างสื่อ เมื่อจะออกหากินจะเข้าสิงคนที่เป็นร่างสื่อแล้วบังคับให้ออกหากิน ส่วนมากจะออกหากินในเวลากลางคืน มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่า หากอยากรู้ว่าผู้ใดเป็นร่างสื่อของผีโพง ให้สังเกตดูที่ปลายจมูกของบุคคลนั้น ถ้ามองดูห่างๆ จะเห็นเป็นสีแดงมากกว่าคนทั่วไป ถ้าดูใกล้ๆ จะเห็นมีเส้นเลือดแดงขวักไขว่ ถ้าร่างสื่อเป็นหญิงนอกจากปลายจมูกจะแดงแล้ว ปลายผมยังแห้งงออีกด้วย  ถ้าวัดมีงาน ผู้ดูแลหอศาลจะเป็นคนนำพานข้าวตอกดอกไม้ธูปเทียนไปบอกกล่าวให้ผีเสื้อวัดได้ รับรู้ เพื่อขอให้ช่วยดูแลงานให้เรียบร้อย ไม่ให้เกิดเรื่องร้าย หรืออย่าให้มีอุปสรรคใดๆ ระหว่างที่วัดมีงาน เช่น งานปอยหลวง (งานฉลอง) จะกี่วันก็ตาม ผู้ดูแลจะเป็นผู้จัดสำรับอาหารคาวหวานจากวัดไปถวายโดยตั้งไว้บนหอศาลทุกวัน ผีโพงจะออกหากินในเวลากลางคืน ถ้าเป็นฤดูฝนโอกาสดีจะออกหากินบ่อย ส่วนมากจะเป็นคืนข้างแรมหรือคืนเดือนมืด เวลาประมาณหลังเที่ยงคืนไปแล้ว เมื่อชาวบ้าน และคนในครอบครัวนอนหลับกันหมดแล้ว ผีโพงจะเข้าสิงร่างสื่อแล้วบังคับให้ลงจากเรือน โดยคนที่เป็นร่างสื่อจะรู้สึกตัวบ้าง ไม่รู้สึกตัวบ้าง เมื่อลงไปข้างล่างจะเอาจมูกถูกับเสาเรือนเพื่อให้เกิดพลังแสงก่อนแล้วจึง เดินออกไปกลางทุ่งนา ที่ปลายจมูกจะมีแสงสีแดงลักษณะคล้ายไฟน้ำตกสาดแสงออกมาเพื่อส่องหาเขียด เมื่อพบเขียดจะจับขึ้นมาจูบกินคาว เมื่อคาวหมดก็จะทิ้งไปแล้วหาตัวใหม่ต่อ จับไปจูบไปจนกว่าจะอิ่ม ใช้เวลาคืนหนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าคืนไหนไม่มีสิ่งรบกวนจะใช้เวลาหากิน 2-3 ชั่วโมง แล้วจึงกลับขึ้นเรือนและเข้านอน โดยคนที่เป็นร่างสื่อจะรู้สึกเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายฝันไป มีคนเล่าว่าเวลาเช้ามืดถ้าออกไปสำรวจดูบริเวณที่เราเห็นแสงของผีโพงในคืนที่ ผ่านมา จะเห็นเขียดนอนตายตามคันนาเป็นระยะๆ ในลักษณะตัวเหยียดยาว คนที่มีเรือนใกล้กับเรือนของคนที่เป็นผีโพงเล่าให้ฟังว่า ได้เคยแอบดูพฤติกรรมของคนที่เป็นผีโพงมาโดยตลอด จึงได้ทดลองวิธีการแกล้งผีโพงตามที่คนโบราณบอกไว้ว่า คืนไหนที่มีฝนตกปรอยๆ เขาจะแอบดูตั้งแต่คนที่เป็นร่างสื่อลงจากเรือนไปที่ทุ่งนา เขาจึงไปยกบันไดเรือนของคนที่เป็นผีโพง กลับเอาข้างล่างขึ้นข้างบนหรือสับเปลี่ยนบันไดกับเรือนอื่นที่อยู่ใกล้กัน (การยกบันไดสมัยโบราณไม่ยาก เพราะบันไดทำด้วยไม้ไผ่ และมีขั้นบันได้ 3-5 ขั้นเท่านั้น จึงมีน้ำหนักเบา ยกย้ายได้ง่าย) เมื่อผีโพงกลับจากการหากินจะขึ้นเรือนไม่ได้ เพราะเห็นว่าตัวเรือนเป็นของร่างสื่อแต่บันไดไม่ใช่ เมื่อตามไปดูบันไดเรือนที่อยู่ใกล้กัน เห็นว่าบันไดใช่ แต่ตัวเรือนไม่ใช่ ร่างสื่อของผีโพงจึงไม่กล้าขึ้นเรือน จะอยู่ใต้ถุนเรือนรอจนถึงเช้า เมื่อสว่างแล้วจึงทำทีถือไม้กวาด กวาดตามลานบ้าน เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้คนในครอบครัวรู้ แต่การแกล้งผีโพงต้องระวังตัวให้ดี เพราะผีโพงจะอาฆาตจองเวร ครอบครัวใดที่มีสมาชิกในครัวเรือนเป็นผีโพง คนในครอบครัวเดียวกันจะไม่ค่อยรู้ เล่ากันว่าก่อนที่ผีโพงออกหากิน จะสะกดจิตทุกคนในครอบครัวให้หลับเป็นตาย (หลับสนิท) จนกว่าผีโพงจะกลับเรือน คนที่รู้เห็นจึงเป็นคนนอกครอบครัวนั้นในระหว่างที่ผีโพงกำลังออกหากินเขียด ถ้ามีใครที่ไปหาปลาพบเห็นเข้า ท่านห้ามเข้าไปใกล้ หรือถ้าเห็นหน้าและรู้จักคนที่เป็นร่างสื่อของผีโพง ก็อย่าได้ทักหรือเรียกชื่อเขา ให้หลีกไปเสีย เพราะอาจจะถูกผีโพงทำร้ายเอาได้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า มีคนหาปลาไปพบผีโพงในระยะใกล้จนเห็นหน้าและรู้ว่าเป็นใคร ผีโพงนั้นได้เข้ามาขอร้องอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร โดยขอร้องอย่าได้บอกให้คนอื่นรู้ว่าเขาเป็นผีโพง พร้อมกับควักสิ่งของที่ติดตัวไป เช่น แหวน เป็นต้น ให้แก่คนที่ไปพบ เพื่อเป็นค่าจ้างไม่ให้ไปบอกคนอื่น ถ้าใครทำให้ผีโพงโกรธ เพราะรู้ความลับของเขาแล้วไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง หรือเข้าไปทักชื่อของร่างสื่อที่กำลังออกหากิน ผีจะอาฆาตและจองเวร โดยผีโพงจะใช้ก้านของใบกล้วย ที่มีคนฉีกเอาใบออกแล้วทิ้งก้านไว้ตามสวน พุ่งข้ามหลังคาเรือนของคนที่ผีโพงโกรธ หลังจากนั้นไม่นานคนนั้นจะมีอาการเหงาซึม ร่างกายซูบผอม และตายในที่สุด ด้วยเหตุนี้คนแต่ก่อน หรือแม้แต่คนในปัจจุบันตามชนบท เมื่อฉีกใบกล้วยออกจากก้านแล้ว จึงตัดให้เป็นท่อนๆ ก่อนจะทิ้ง จะไม่ทิ้งไว้ทั้งก้านอย่างนั้น เพราะกลัวว่าผีโพงจะนำไปใช้พุ่งข้ามหลังคาเรือน บางท้องถิ่นเชื่อว่าถ้าผีโพงโกรธใคร จะใช้ไม้คานพุ่งข้ามหลังคาเรือน คนที่เป็นศัตรูของผีโพงที่อยู่ในเรือนนั้น จะไม่สบายและสุดท้ายก็จะตาย







สุสานรถเมล์เก่า ซอยสายหยุด

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา


สุสานรถเมล์เก่า ซอยสายหยุด



   ถ้าพูดถึงเรื่อง วิญญาณ แล้วย่อมมีทั้งคนที่เชื่อว่า มันมีอยู่จริง และนอกจากนั้นยังมีแบบ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีทัศนคติดแบบไหนต่อผีต่อวิญญาณเหล่านั้นก็ตาม ถ้าจะให้ไปเดินเล่นคนเดียวในป่าช้าตอนเที่ยงคืน เชื่อได้เลยว่าไม่มีใครเล่นด้วยเด็ดขาด และบุคคลทั่วไปจะเชื่อว่า สถานที่ซึ่งควรจะเป็นที่ชุมนุมผีชมรมวิญญาณ คือ ป่าช้าหรือ เมรุเผาศพ นั่นเอง ดังนั้นป่าช้าจึงได้รับการยกย่อง ให้เป็นที่สยองขวัญระดับสุดยอด และดูเหมือนไม่เคยตกอันดับทุกยุคทุกสมัย
ซึ่งนอกจากป่าช้าแล้ว ก็ยังมีที่อื่นอีกกระจายไปทั่วทุกๆจังหวัด ที่เชื่อกันว่าตรงนั้นจะต้องมีผี หรือ วิญญาณปรากฏซ้ำซาก มีประวัติน่าหวาดเสียวระทึกใจและต้องมีพยานรู้เห็นหลายครั้งหลายหนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ และที่ไม่พูดถึงเป็นไม่ได้เลยก็คือ อู่รถเมล์เก่า ซอยสายหยุด (พหลโยธิน 48)ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร
 

   ด้วยเหตุนี้เอง สถานที่แห่งนี้ จึงเป็นที่ร่ำลือกันว่าบริเวณนี้มักจะมีปรากฏการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นเสมอ เริ่มตั้งแต่เสียงแปลกๆ คล้ายกับเสียงคนเดินไปมายามค่ำคืน เสียงกวีดร้องโหยหวนที่ดังมาจากด้านใน บรรดารถแท็กซี่ที่มักจะเห็นเงาคนยืนโบกรถในยามค่ำคืนและเมื่อจอดรับก็พบแต่ความว่างเปล่า หรือจะเป็นเรื่องราวของวิญญาณผู้หญิงผมยาวที่มักจะปรากฏตัวให้ผู้ที่ผ่านไปผ่านเห็นเป็นประจำ
   ก่อนหน้านี้ เคยมีวัยรุ่นแอบเข้าไปลองของก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามักจะรู้สึกเสียวที่ต้นคออย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเดินเข้าไปก็รู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกสายตาจ้องมองจากมุมมืด แต่ที่เป็นที่ร่ำลือกันเป็นอย่างมากก็คือเรื่องราวของเสียงร้องรำทำเพลงบนรถบัสคันหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุจนทำให้มีวัยรุ่นเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านมักจะได้ยินเสียงตีกลอง ตีฉาบและร้องเพลง ซึ่งเมื่อผู้ดูแลไปดูก็ไม่พบอะไร
   อย่างไรก็ตาม ถ้าหากใครอยากจะเข้าไปลองของดูบ้าง ก็ต้องเตือนกันว่าให้ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะสถานที่พวกนี้นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณแล้ว ยังเป็นแหล่งทำมาหากินของเหล่ามิจฉาชีพด้วย ใครผ่านไปผ่านมาแถวนั้นควรระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดี








ผีนางตะเคียน

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา


ผีนางตะเคียน


ตำนานความเชื่อเรื่อง"นางตะเคียน"และที่มาของอำเภอเสาไห้


          ความเชื่อคนโบราณว่าเจ้าแม่ตะเคียนคือผู้ที่บำเพ็ญเพียรระดับหนึ่งและเชื่อว่าจะให้โชคแก่คนที่ไปบูชาสักการะโดยเฉพาะเรื่องการเสี่ยงโชคบางคนเมื่อได้สมหวังดั่งใจก็ไปแก้บนใช้ชุดไทยสไบเฉียงเครื่องสำอาง ตามความเชื่อว่าเจ้าแม่ตะเคียนเป็นหญิงสาวย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นต้น
อย่างไรก็ตามคนไทยควรเชื่อและศรัทธาในพระรัตนตรัย เอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เพราะนางตะเคียนคือนางไม้ซึ่งในพระพุทธศาสนาคือเทวดาจำพวกหนึ่งเป็นประเภทรุกขเทวาที่มีวิมานในต้นไม้ บุญยังไม่มากพอที่จะได้ขึ้นสวรรค์เป็นเทวดาชั้นสูง เมื่อถูกทำลายวิมานจึงโกรธแค้นหรือเสียใจ ทำให้ผู้คนได้เห็นเป็นต้น 
จริง ๆนางตะเคียนจะให้โชคให้หวยหรือไม่นั้นมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่สั่งสมบุญมา ใครสั่งสมบุญด้านสลากภัตมาก็ทำให้มีลาภ ส่วนคนไม่เคยทำมาจะทำอย่างไรก็ไม่ถูก อีกอย่างหวยเป็นการพนันพระท่านว่ายิ่งเล่นก็ยิ่งห่วย ยิ่งเล่นก็ยิ่งฉิบหาย เพราะหวยเป็นขั้นสุดของคำว่าห่วย
บางรายเล่าว่านางตะเคียนมีลักษณะเป็นหญิงสาวสวยมากนุ่งห่มสไบเฉียงชุดไทยเข้าฝันว่าต้นตะเคียนใหญ่อยู่ในแม่น้ำมานานอยากจะขึ้นจากน้ำเมื่อมีการลงค้นหาปรากฏว่าพบจริงตามฝันนำขึ้นมาไว้ให้ชาวบ้านบูชาส่วนการบูชาด้วยผ้าเจ็ดสีผูกไว้ที่ลำต้นเรียกว่าเจ้าแม่ตะเคียนส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเลือกขูดเพื่อหาเลขเด็ดไปแทงหวยการขูดหาไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปเปิดผ้าเจ็ดสีที่มัดลำต้นเด็ดขาดเพราะเป็นการลบหลู่เจ้าแม่นักเสี่ยงโชคจะเลือกขูดควรเลือกบริเวณที่ไม่มีผ้าผูกไว้ 
ตำนานความเชื่อเรื่อง"นางตะเคียน"และที่มาของอำเภอเสาไห้

ผีตานี

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา
              
                          ผีตานี
                          


นางตานี เป็นผีผู้หญิง ที่เชื่อกันว่าสิงสถิตอาศัยอยู่ในต้นกล้วยตานี แต่ไม่ใช่ต้นกล้วยทุกต้นที่จะมีพรายตานี มีลักษณะโดยทั่วไปเป็นหญิงงาม นุ่มเครื่องห่มแบบสตรีไทยในสมัยโบราณ สไบสีตองอ่อน นุ่งโจงสีตองแก่ มีกลิ่นกายหอมเหมือนดอกกล้วย เรื่องการเรียกผีนางตานีออกมานั้น มีการเล่าว่ามีวิธีหลายแบบเช่น ปัสสาวะรดโคนต้นกล้วยที่กำลังออกหัวปลีใหม่ๆ
บางคนก็ว่าให้เอาของลับถูกับโคนต้นกล้วย สมัยก่อนชาวบ้านไม่มีใครกล้าปลูกต้นกล้วยตานีไว้ใกล้บ้าน แม้จะปลูกไว้ใกล้บ้าน ถ้าจะมีการตัดใบตองมาใช้ ก็ห้ามไม่ไห้ตัดเอาไปทั้งใบ ต้องเจียนเอามาใช้แต่ใบตองเท่านั้น หรือไม่ก็ต้องหักก้านออกเสียก่อน เพราะถ้าตัดเอาไปใช้ในบ้านทั้งใบ มีความเชื่อว่าถือเป็นรางร้ายว่าจะมีใครตายลงไปในไม่ช้า
เนื่องจากสมัยก่อนที่มีการใช้ใบตองกล้วยตานีสามใบรองก้นโรงศพนั้นเอง สมัยก่อนพวกชายหนุ่มโสด ถ้าเป็นผู้รู้เรื่องเกี่ยวกับพรายตานี ก็จะไปทำพิธีเซ่นวัก จะมีการไปเกี้ยวนางตานีทุกคืน จนกว่านางตานีจะใจอ่อนและเห็นอกเห็นใจ แล้วเอามีดมาเฉือนตอนโคนกล้วยบริเวณเหมือนเหง้า เอามาแกะสลักเป็นรูปหญิงใส่ตลับหรือภาชระไว้ แล้วทำพิธีเซ่นวักทุกเช้าเย็น และทำอย่างนี้อยู่หลายๆวัน
เชื่อกันว่าพรายตานีจะมาปรากฏตัวในความฝัน เป็นผู้หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีดั่งที่ใจหนุ่มโสดหมายปอง แล้วนางตานีจะยอมเป็นเมียตนผู้นั้น ในความฝันอีกเหมือนกัน เมื่อได้นางตานีเป็นเมียแล้ว ชายนั้นจะไปมีเมียอื่นอีกไม่ได้ ถ้ามีเมียอื่นอาจจะเป็นอันตรายได้ แต่หากต้องการมีเมียจริงๆ โดยจะต้องขออนุญาตพรายตานีเสียก่อน
พรายนางตานีเป็นเมียที่ดี เมื่อเห็นสามีซื่อสัตย์ไม่ปิดบังความจริงก็จะขออนุญาตให้มีได้เช่นกัน ซ้ำยังจะช่วยให้การนั้นสำเร็จไปด้วย ไม่มีหึงหวง เหมือนเมียมนุษย์ แต่คนสมัยก่อนก็มีความเชื่อที่ต่างออกไปโดยบางกลุ่มเชื่อว่า ผู้ที่ได้นางตานีเป็นเมียนั้นมักจะมีความเป็นไป
เพราะมีความเชื่อกันว่า ผู้ชายจะถูกดูดกลืนพลังชีวิตซึ่งเป็นอันตรายมากตามความเชื่อของลัทธิเต๋าที่เปรียบเทียบว่านางตานีมีพลังหยิน ส่วนผู้ชายมีพลังหยาง นางตานีมีพลังที่อ่อนมากเพื่อทำให้เกิดความสมดุลจึงมีการดูดพลังชีวิต เหมือนคำกล่าวไว้แต่สมัยโบราณว่า คนอยู่ส่วนคน ผีอยู่ส่วนผี คนกับผีอยู่ด้วยกันไม่ได้ ผลข้างเคียงคืออาการสูบผอมเหมือนคนอดอาหาร ซึ่งคนโบราณจะรู้ทันทีว่าผู้นั้นเป็นผัวนางตานี จะมีการนิมนต์พระหรือหมอผีมาทำพิธีแยกให้ทั้งสองคนออกจากกันและอุทิศส่วนกุศลให้นางตานีไปสู่สุขคติ




ตำนาน ผีกระหัง

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา

ตำนาน ผีกระหัง

    
       ผีกระหัง ตามความเชื่อพื้นบ้านมีลักษณะเป็นผีผู้ชาย สามารถบินได้ โดยใช้กระด้งฝัดข้าลักษณะคล้ายปีกโผบินและนั่งบนสากตำข้าควบคู่กัน เชื่อกันว่าผู้ชายที่ไปเรียนวิชาอาคมแก่กล้ามากเข้า แล้วทำผิดครู (อาจารย์ผู้ที่สอนวิชาอาคมให้) จะมีปีกที่เล็กเท่าเส้นขน และหางที่สั้นติดกับก้น จะมีปีกมีหาง จะไปไหนก็ใช้กระด้งต่างบิน สากตำข้าวต่างขา สากกระเบือต่างหาง ชอบกินของโสโครกเช่นเดียวกับผีกระสือ
     กระหัง ตอนกลางวันมักทำบุคลิกเช่นเดียวกับคนธรรมดาทั่วไปสังเกตุได้ยาก แต่จะสามารถสังเกตุได้จากตาเมื่อต้องกับแสงไฟจะสะท้อนเป็นสีแดง ซึ่งต่างจากสัตว์ป่าที่เป็นสีเขียวหรือสีฟ้า กลัวแสงจ้า ปิดบังส่วนก้นไว้ เป็นผีที่หวงก้นมาก ไม่ยอมให้ใครมาลูบก้นเล่นเพราะกลัวว่าจะไปคลำถูกหางของมันเข้า ก็จะรู้ว่ามันเป็นกระหังเพราะไม่อยากให้ผู้ใดรู้ว่ามีหางสั้น เพราะจะรู้ว่าเป็น กระหัง
    ผีกระหังนี้เป็นผีตระกูลเดียวกับผีกระสือ และเป็นผีที่มีลักษณะแปลกประหลาด อย่างมาก กระหังนั้นยามกลางวันก็จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมผู้คนในสังคม แต่ตกกลางคืนมันจะกลับกลายร่างเดิมของมันเต็มตัว กระหังมีลักษณะแปลกประหลาดเป็นภูติพราย มันมีกระด้งใหญ่ใส่แขนทั้งสองข้างของมัน กระด้งนั้นทำให้มันมีอิทธิฤทธิ์บินไปในท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ และเจ้ากระหังนี้มีสากตำข้าวเป็นอาวุธประจำกายโดยปกติแล้วยามที่มันไม่ใช้สากนี้มันจะเหน็บไว้ที่ว่างข ส่วนการสืบทอดทายาทของกระหังนั้น ไม่แน่ชัดหรือคงจะวิธีเดียวกับผีกระสือญาติ ของมัน กระหังนั้นกินสิ่งโสโครกเป็นอาหารเหมือนกับกระสือ แต่อาจจะกินเลือดคนด้วย ก็ได้ตามใจมันต้องการ 
      
                         

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ตำนานหาดแม่รำพึง

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเลยจ้าาาา


ตำนานหาดแม่รำพึง




 


หาดแม่รำพึง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดระยองอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร จากถนนสุขุมวิท มีทางแยกขวาที่กิโลเมตร 229 เลียบเข้าชายหาด เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ เขาแหลมหญ้า ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 500 เมตร ห่างจากบ้านเพประมาณ 6 กิโลเมตร ตัวหาดทรายขาวสะอาดอยู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ถือเป็นหาดที่ยาวที่สุดของฝั่งทะเลด้านตะวันออก มีความยาว 12 กิโลเมตร สุดหาดเป็นที่ตั้งของบ้านก้นอ่าวอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงพื้น บ้าน ในอดีตบ้านก้นอ่าวเป็นหมู่บ้านที่ไกลที่สุด และมีลักษณะเป็นอ่าวเล็กๆ จึงเรียกกันว่า บ้านก้นอ่าว ถนนเลียบชายหาดมีความยาว 10 กิโลเมตร มีที่พักและร้านอาหารทะเลมากมายไว้บริการนักท่องเที่ยว จุดชมวิวที่น่าสนใจ แห่งหนึ่งของหาดแม่รำพึงคือ ลานหินขาว ตั้งอยู่ระหว่างกลางของหาด มีการจัดวางสวนหินไว้อย่างสวยงาม ไว้สำหรับนั่งพักผ่อน โดยเฉพาะยามเย็นจะเห็นนักท่องเที่ยวแวะมานั่งเล่นมากมายรวมทั้งชาวบ้านในแถบนี้เองด้วย
ตำนานของหาดแม่รำพึงมาจากนิยายท้องถิ่นของจังหวัด เรื่อง ตาม่องล่าย ตาม่องล่ายเป็นชาวพม่า มีเมียชื่อยายท้าว มีลูกสาวชื่อยมโดย ยมโดยเป็นสาวสวยจึงมีชายหนุ่ม มาสนใจมากมาย แต่ตาม่องล่ายตั้งใจยกให้พระเจ้ากรุงจีน เพราะเห็นว่าร่ำรวย ลูกสาวจะได้สบาย ส่วนยายท้าว ตั้งใจจะยกให้เจ้าลายซึ่งเป็นหนุ่มหน้าตาดีและขยัน ต่างฝ่ายต่างยกลูกสาวให้ โดยไม่ปรึกษาหารือกัน และไม่ถามความรู้สึกของลูกสาวแม้แต่น้อย ครั้นใกล้วันแต่งงานตาม่องล่ายก็เตรียมออกไปหาปลา มาทำอาหารเลี้ยงแขก พบปลากระเบนใหญ่เข้าตัวหนึ่ง ก็ใช้หอกพุ่งเข้าแทง ปลากระเบนหลบทัน หอกเลยพุ่งทะลุเกาะเข้าเกาะหนึ่ง ทำให้เกาะนั้นมีรอยโหว่ใหญ่ ชาวประมงเลยเรียกว่า เกาะทะลุซึ่งอยู่หน้าอ่าวเพ ในปัจจุบัน    ถึงวันแต่งงานขันหมากของพระเจ้ากรุงจีนก็ยกมาพอดีกับขันหมากของเจ้าลาย ตาม่องล่ายกับยายท้าวต่างฝ่ายต่างกล่าวหาว่า อีกฝ่ายหนึ่งทำอะไรโดยไม่ปรึกษาหารือ ในที่สุดก็ทะเลาะกันรุนแรง ยายท้าวโกรธมาก หนีไปสงบสติอารมณ์ที่ชายหาดระยอง จึงเรียกชื่อต่อมาว่า หาดแม่รำพึงจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกตำนานหนึ่งที่เล่าสืบต่อกันมาว่า มีหญิงสาวชาวบ้านมาโดดน้ำฆ่าตัวตายที่ทะเลแห่งนี้ เนื่องจากผิดหวังในความรักจึงเป็นที่มาของ หาดแม่รำพึงเช่นกัน
ไม่ว่าตำนานจะร่ำลือเช่นไร ปัจจุบันหาดแม่รำพึงก็มีชื่อว่าเป็นหาดอาถรรพณ์ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาจบชีวิตที่หาดแห่งนี้ทุกปี ดังที่เป็นข่าวให้ได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน


 



ที่มา: https://www.tnews.co.th  


ผีที่ถูกล่ามแห่งโบโลญญา

สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาพบกับเรื่องเล่า ตำนาน ลี้ลับอีกแล้วนะคะ มาดูว่าวันนี้จะมีเรื่องเล่าหลอนๆเรื่องอะไรมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน ไปดูกันเล...